



| Gold Daily Report-วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้4-10-11 (เช้า) |
|
|
|
| ข่าวสารForex - วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวัน | |||
| เขียนโดย credit by : ylgbuillon | |||
| วันอังคารที่ 04 ตุลาคม 2011 เวลา 09:48 น. | |||
|
Gold Daily Report 4 ตุลาคม 2554
ทองคำ
: แนวรับ 1,641 1,628 1,618 แนวต้าน
: 1,677 1,698
1,720
ราคาทองคำยังคงขยับตัวขึ้นอีกเป็นวันที่ 3 ต่อเนื่อง โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้น 31.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 2.04% ปิดไปที่ระดับ 1,656.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,622-44 – 1,66349 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,660.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำดีดตัวขึ้น 33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 2% ซึ่งเป็นการดีดตัวที่มากที่สุดในรอบสองสัปดาห์ โดยเรามองว่าต้องจับตาราคาทองอย่างใกล้ชิด เพราะวความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ชะลอตัวลงไปในช่วงที่ผ่านมา จากการเหวี่ยงของราคาทองคำที่รุนแรง เริ่มผ่อนคลายขึ้น โดยตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันนี้ราคาแกว่งตัวแคบลงต่ำกว่า 3% ทำให้เราให้ข้อสังเกตว่าหากราคาแกว่งตัวน้อยลงต่อไป ความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจะเริ่มกลับมา และแน่นอนว่าด้วยความผันผวนเศรษฐกิจโลกในขณะนี้พร้อมที่ดันราคาทองคำให้ขยับตัวขึ้นได้ ซึ่งราคาทองคำได้ในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมาเริ่มเคลื่อนไหวสวนทางกับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ทำให้เราเชื่อว่าราคาทองจำมีการดีดตัวขึ้น เบื้องต้นเรายังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้ แต่การแกว่งของราคาที่อยากจะประเมินเกิดขึ้นพร้อมกันกับความเสี่ยงด้านเวลาไทยซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำให้การลงทุนโดยการถือข้าววันยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง นอกจากนี้นักลงทุนต้องติดตามการแกว่งตัวของราคาทองคำต่อไป เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่นักลงทุนใช้เป็นจุดตัดสินใจมาลงทุนในตลาดทองคำ แนวโน้มราคา GOLD SPOT
แนวโน้มระยะสั้น
(ระดับวัน) : ยังคงมีมุมมองค่าราคาทองคำลักษณะ Sideway Up โดยราคาน่าจะพยายามขึ้นทดสอบบริเวณแนวต้าน
1,677 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้จะมีแนวต้านสำคัญถัดไปที่
1,698 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถไปได้อาจเห็นการย่อตัว
โดยประเมินแนวรับที่ 1,641 และ 1,628 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มระยะกลาง
(ระดับสัปดาห์) :
หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มระยะยาว
(ระดับเดือน) : ในระยะยาวจำเป็นต้องสังเกตการณ์ตั้งฐานราคาทองคำ กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES (GFV11) แนวรับ : $1,641(24,420บาท) $1,628(24,230บาท) $1,618(24,080บาท) แนวต้าน : $1,677(24,960บาท) $1,698(25,270บาท) $1,720(25,600บาท) Thai Baht = 31.26 ระยะสั้น : สำหรับผู้ที่มีทองคำในมือและไม่มีสถานะฟิวเจอร์ส
แนะนำให้เกร็งกำไรในกรอบ
โดยสามารถซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงหรือบริเวณแนวรับ 1,641
ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,677 หรือ 1,698 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังคงแนะนำให้ปิดสถานะการซื้อขายภายในวันเช่นเดิม
เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือหรือมีสถานะซื้อในตลาดฟิวเจอร์ส
แนะนำให้ขายหรือปิดสถานะทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้านแรก 1,677 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนที่เหลือให้ไปรอขายหรือปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่
1,698 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะกลาง : รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะยาว : รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,700 หรือ 1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำกลยุทธ์ลงทุนเก็งกำไรส่วนต่าง พิจารณาจากตาราง
1-3 ด้านล่างนี้ โดยใช้ข้อมูลสถิติสะสมจากตารางในการตัดสินใจเข้าทำการซื้อขาย สถิคิส่วนต่างราคา -1
ข้อมูลการซื้อขายก่อนหน้า-2
เบสิคและราคาตามทฤษฎี-3
ข่าวประกอบการลงทุน ·
(บวก) อินเดียเผยส่งออนโต 44% แตะ
2.431 หมื่นล้านดอลล์ในเดือนส.ค. กระทรวงพาณิชย์ของอินเดียเปิดเผยว่าการส่งออกของประเทศทะยานขึ้น
44.25% แตะ 2.431 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนสิงหาคม
เปรียบเทียบกับระดับ 1.68
หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 41.82% มาอยู่ที่ 3.835 หมื่นล้านดอลลาร์
ส่งผลให้อินเดียมียอดขาดดุลการค้า 1.404 หมื่นล้านดอลลาร์
สำหรับมูลค่าการส่งออกรวมไปเดือนเมษายน – สิงหาคม พุ่งสูงขึ้น
54% แตะ 1.345 แสนล้านดอลลาร์ เทียบกับ
8.721 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ·
(บวก)
ผู้ว่าการเฟดสาขาเซนต์หลุยด์เผยเฟดพร้อมผ่อนคลายนโยบายหากศก.สหรัฐอ่อนแอ เจมส์ บุลลาร์ด
ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐสาขาเซนต์หลุย กล่าวว่า
เฟดเตรียมพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอลงอีก
ขณะเดียวกันเฟดก็จับตาปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อไปด้วย
บุลลาร์ดกล่าวสุนทรพจน์ที่ซาดิเอโกว่า เฟดมีเครื่องมือที่มีศักยภาพ
ซึ่งพร้อมใช้งานไม่ว่าจะเป็นขณะนี้หรือเมื่อใด ทั้งนี้หากเศรษฐกิจอ่อนแอลงอีก
ก็จะเป็นที่จะต้องนำนโยบายการเงินมาใช้รับมือสถานการณ์อย่างเหมาะสม
พร้อมกับเสริมว่า การขยายตัวที่ซบเซาทำให้เศรษฐกิจมีความเปราะบางต่อสภาวะผันผวน ·
(บวก/ลบ) ยูโรร่วงหนัก
จากข่าวกรีซพลาดเป้าลดขาดดุลงบประมาณ สกุลเงินยูโรร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า
8 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ในการซื้อขายที่ตลาดบริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3
ต.ค.)
เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่ากรีซอาจเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้และอาจจะไม่ได้รับเงินกู้เบิกจ่ายงวดต่อไป
หลังจากกระทรวงการคลังกรีซออกแถลงการณ์ยอมรับว่า กรีซมีแนวโน้มที่จะพลาดเป้าหมายการลดยอดขาดดุลงบประมาณทั้งในปีนี้และปีหน้า ·
(บวก/ลบ) สหรัฐเผยค่าใช้จ่ายด้านก่อนสร้างดีดตัวขึ้นเกินคาดในเดือนส.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างดีดตัวขึ้นเกินคาด
1.4% สู่ 7.9915 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. หลังร่วงลง 1.4% ในเดือนก.ค. และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะลดลง
0.3% ·
(บวก/ลบ) สหรัฐเผยดัชนี ISM ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ย. สถานบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ
(ISM) เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้นสูง 51.6 ในเดือน ก.ย. จาก 50.6 ในเดือน ส.ค.
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ที่ ระดับ 50.5 ที่มา : อินโพเควสท์, Bisnews, Marketwatch.com, DailyFX.com นักวิเคราะห์ : วสวัตติ์
วรวจิตรกาญจน์ ทะเบียน : 039531
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 04 ตุลาคม 2011 เวลา 15:11 น. |