



| Gold Daily Report-วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้3-10-11 (เช้า) |
|
|
|
| ข่าวสารForex - วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวัน | |||
| เขียนโดย credit by : ylgbuillon | |||
| วันจันทร์ที่ 03 ตุลาคม 2011 เวลา 10:00 น. | |||
|
Gold Daily Report 3 ตุลาคม 2554
ทองคำ
: แนวรับ 1,600 1,595 1,582 แนวต้าน : 1,640 1,650 1,661
ราคาทองคำยังคงขยับตัวขึ้นอีกเล็กน้อย
โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้น 8.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 0.55% ปิดไปที่ระดับ 1.622.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,607.99-1,639.42 ดอลลาร์ต่อออนซ์และล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,627.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำยังคงดิ่งตัวลงอีก 32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไรทิศทางถึงทางแก้ของปัญหา
โดยเดือนกันยายนที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวลงไปแล้วกว่า 203
ดอลลาร์ต่ออนซ์
โดยปัจจัยที่ยังคงกดดันราคาทองคำอยู่คือกระแสความตื่นตระหนกของนักลงทุนที่มีต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกไม่ว่าจะเป็นการออกมายอมรับของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ว่าเศรษฐกิจกำลังจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัวจนทำมาซึ่งมาตรการช่วยเหลือกันที่เรียกว่า
Operation Twist ซึ่งไม่ใช่มาตรการอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเหมือนหับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ
(QE) อีกทั้งความกังวลว่ากรีซอาจผิดนัดชำระหนี้
จนทำให้ต้องมีการประชุดกันอย่างบ่อยครั้ง ท่ามกลางราคาทองคำที่แกว่งตัวอย่างหนัก
ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและเข้าถือเงินสด
ซึ่งก็คือเงินสกุลดอลลาร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกชนิดหนึ่ง
เราได้ประเมินว่าระยะสั้นนี้ราคาทองคำอาจได้แรงดันต่อไปการเทขายทองคำเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในระยะยาวนั้นราคาทองคำจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
เพราะเราเชื่อว่าปัญหาของสหรัฐและยุโรปที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
ซึ่งไม่ง่ายนักที่จะสามารถแก้ไขได้ ทำให้ในท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อมั่นต่อเงินสกุลดอลลาร์จะลดน้อยลงในขณะที่ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนกลับมาถือครอง
เบื่องต้นเราให้นักลงทุนติดตามประเด็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือกรีซให้รอดพันจากการผิดนัดชำระหนึ่ง
ซึ่งถือว่าจะกระทบกับราคาทองคำ แนวโน้มระยะสั้น
(ระดับวัน) : ราคาทองคำน่าจะค่อยๆ ขยับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up เพื่อทดสอบแนวต้าน 1,640 หรือ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตั้งแต่บริเวณ 1,650
ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป ให้ระวังแรงขายทำกำไร โดยประเมินแนวรับที่ 1,650 และ 1,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มระยะกลาง
(ระดับสัปดาห์) :
ราคาทองคำพยายามสร้างฐานราคาโดยหากไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่
มีโอกาสปรับตัวขึ้น แนวโน้มระยะยาว (ระดับเดือน) : ในระยะยาวจำเป็นต้องสังเกตการณ์ตั้งฐานราคาทองคำ
กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES (GFV11) แนวรับ : $1,600(23,790บาท) $1,595(23,710บาท) $1,582(23,520บาท) แนวต้าน : $1,640(24,380บาท) $1,650(24,530บาท) $1,661(24,690บาท) Thai Baht = 31.10 ระยะสั้น : สำหรับผู้ที่มีทองคำในมือและไม่มีสถานะฟิวเจอร์ส
แนะนำให้เก็งกำไรในกรอบ โดยสามารถเข้าซื้อได้หากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,640
หรือ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยเข้าเก็งกำไรจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังสูง ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือหรือมีสถานะซื้อในตลาดฟิวเจอร์ส
แนะนำให้ทยอยปิดทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,640 หรือ 1,650
ดอลลาร์ต่ออออนซ์ ระยะกลาง : ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,660 หรือ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะยาว : ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,680 - 1,725 ต่อดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำกลยุทธ์ลงทุนเก็งกำไรส่วนต่าง พิจารณาจากตาราง
1-3 ด้านล่างนี้ โดยใช้ข้อมูลสถิติสะสมจากตารางในการตัดสินใจเข้าทำการซื้อขาย สถิคิส่วนต่างราคา -1
ข้อมูลการซื้อขายก่อนหน้า-2
เบสิคและราคาตามทฤษฎี-3
ข่าวประกอบการลงทุน · (บวก)
ทองปิดปรับขึ้นขณะตลาดกังวลกับศก.โลกราคาทองคำที่ตลาดปิดปรับขึ้นในวันศุกร์
โดยธนาคารกลางกลายประเทศเพิ่มการสำรองทองคำในเดือนส.ค. โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
(ไอเอ็มเอฟ) รายงานว่า ธนาคารแหบ่งประเทศเทศไทย (ธปท.) เข้าซื้อทอง 9.3
ต้นในเดือนส.ค., ธนาคารกลางรัสเซียซื้อทอง 5.6 ตัน
ส่วนธนาคารกลางโบลิเวีย ซื้อทอง 7 ตัน · (บวก)
สหรัฐเผยการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนส.ค. ขยับขึ้น 0.2% - รายได้ส่วนบุคคลลดลง 0.1% กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐเปิดเผยว่า
การใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) หลังจากที่ปรับตามค่าเงินเฟ้อแล้ว
ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนสิงหาคม หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกรกฎาคม รายงานระบุว่า ตัวเลขค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม
เป็นผลมาจากการใช้จ่ายด้านสินค้าคงทน ซึ่งความถึงรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลลดลง 0.1% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
2552 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% · (บวก)
เงินเฟ้อยูโรเดือนก.ย.พุ่ง 3% ขยายตัวเร็วสุดในรอบปีเดือน 3 ปี สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า
เงินเฟ้อยูโรโซนขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 ปีในเดือนกันยายน ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปเผชิญความลำบากยึ่งขึ้นในการแก้ไขวิกฤติหนี้ใน
ภูมิภาคเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 17
ประเทศพุ่งขึ้นแตะ 3% ในเดือนก.ย. จากระดับ 2.5% ในเดือนส.ค. ซึ่งถือเป็นราคาผู้บริโภคที่ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2551 · (ลบ)
ฝรั่งเศสเผยหนี้สาธารณะเพิ่มแตะ 86.2% ของจีดีพีในไตรมาสสอง สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส
(Insee) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นอีก 4.64 หมื่นล้านยูโร (6.262 หมื่นล้านดอลลาร์) มาอยู่ที่ 1.69
ล้านล้านยูโร (2.28 ล้านล้านดอลลาร์) ณ
สิ้นไตรมาสสอง โดยยอดหนี้สาธารณะในช่วงไตรมาสสองคิดเป็น 86.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งปรับตัวขึ้น 1.7 จุดจากช่วงสามเดือนแรกของปี และสูงกว่าระดับ 85.5%
ที่รัฐบาลฝรั่งเศสตั้งเป้าไว้สำหรับปีนี้
ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ฝรั่งเศสให้เงินช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาหนีในภูมิภาค · (ลบ)
เยอรมนีเผยยอดค้าปลีกร่วงหนักเกินคาดในเดือนส.ค. ยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือนส.ค.ลดลงมาที่สุดในรอบกว่า
4
ปีเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤติหนี้ยุโรปให้ผู้บริโภคไม่อยากจับจ่ายใช้สอย
สำนักงานสถิติเยอรมนีเปิดเผยวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกร่วงลง 2.9%
จากเดือนก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.3%
โดยตัวเลขที่ได้รับเปิดเผยล่าสุดนับเป็นการร่วงลงหนักทุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2550 · (บวก/ลบ) อัตราว่างงานยูโรโซนทรงตัวที่
10% ในเดือนส.ค. สำนักงานสถิติแหล่งสภาพยุโรป
หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่าอัตราว่างงานในกลุ่มประเทศที่ให้เงินยูโร 17 ประเทศ หรือยูโรโซนทรงตัวที่ระดับ
10.0% ในเดือนส.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก.ค.
แต่ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 10.2% ในเดือนส.ค.ของปีที่แล้ว
ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานของยูโรโซนมีเสถียรภาพ แม้วิกฤตหนี้จะย่ำแย่ลงและเกิดภาวะผันผวนในตลาดการเงินก็ตาม · (บวก/ลบ) นักลงทุนแห่ถอนเงินกองทุนหุ้นสหรัฐ
6 พันล้านดอลล์ หนักสุดในกองทุน ETF บริษัทลิปเปอร์ในเครือธอมสัน
รอยเตอร์เปิดเผยว่า นักลงทุนสหรัถอนเงินลงทุน 5.892
พันล้านดอลลาร์จากกองทุนหุ้นในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ก.ย.
โดยส่วนใหญ่เป็นการถอนเงินลงทุนออกจากกองทุน EFT ลิปเปอร์จัดทำรายงานสัปดาห์โดยรวบรวมข้อมูลจากกองทุน
EFT และกองทุนที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ
โดยตลาดมองว่าตัวเลขของกองทุน ETE
สะท้อนเป็นของนักลงทุนสถาบัน · (ลวก/ลบ) สำนักบัญชีปรับเพิ่มมาร์จิ้นฟิวเจอร์ส
SET50-โกลด์-ดอกเบี้ย มีผล 7 ต.ค. บมจ.ตลาดอนุพันธ์(ประเทศไทย) หรือ TFEX
เผยว่าสำนักบัญชี ประกาศเพิ่มอัตรามาจิ้นของ SET50 ฟิวเจอร์ส,
โกลด์ฟิวเจอร์ส และฟิวเจอร์สดอกเบี้ยเนื่องจากภาวะตลาดมีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. โดยโกลด์ฟิวเจอร์ส ขนาด 50
บาททองคำ เพิ่มขึ้นจาก 92,1650 บาท ต่อสัญญาเป็น
104,500 บาทต่อสัญญา, โกลฟิวเจอร์สขนาด 10 บาททองคำจาก 18,430 เป็น 20,900 บาทต่อสัญญา ปัจจัยที่ต้องติดตาม ·
(บวก/ลบ) โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยค่าใช้จ่ายด้านก่อสร้างลดในส.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนส.ค.ในวันนี้เวลา
21.00
น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาตร์คาดว่า
ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะลดลง 0.3% ในเดือนส.ค.หลังจากลดลง
1.3% ในเดือนก.ค. ·
(บวก/ลบ) โพลล์รอยเตอร์คาดวันนี้สหรัฐเผยดัชชี ISM
ภาคการผลิตในก.ย. สถานบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จะเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ย.ในวันจันทร์ที่ 3 ต.ค.เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยนักเศรษฐศาตร์คาดว่า ดัชนี ISM ภาคการผลิตจะอยู่ที่ 50.5 ในเดือนก.ย.ลดลงจาก 50.6 ในเดือนส.ค. ที่มา : อินโพเควสท์, Bisnews, Marketwatch.com, DailyFX.com นักวิเคราะห์ : วสวัตติ์
วรวจิตรกาญจน์ ทะเบียน : 03953
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 03 ตุลาคม 2011 เวลา 14:40 น. |