



| Gold Daily Report-วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้30-9-11 (บ่าย) |
|
|
|
| ข่าวสารForex - วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวัน | |||
| เขียนโดย credit by : ylgbuillon | |||
| วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2011 เวลา 15:28 น. | |||
|
Afternoon Update 30 กันยายน 2554 Gold Spot and Futures ข่าวสารสำคัญเพื่อประกอบการลงทุน
(เพิ่มเติมช่วงบ่าย) สรุป ราคาทองกคำไม่สามารถยืนตัวแนวต้านสำคัญบริเวณ
1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้
คาดการณ์ว่าราคาจะพยายามขึ้นอีกครั้งหากไม่สามารถผ่านไปได้จะลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ
1,609 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เบื้องต้นจับตาดูบริเวณ 1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้จะมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,650 และ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทองคำ : แนวรับ
1,609 1,595 1,582 แนวต้าน 1,636
1,650 1,670 ตาราง : สรุปสภาวะตลาดภาคบ่าย
แนวโน้มระยะสั้น
(ระดับวัน) ราคาทองคำน่าจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,636
ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง หากสามารถผ่านไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,650 และ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ราคาก็จะย่อตัวกลับลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 1,609 และ 1,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มระยะกลาง
(ระดับสัปดาห์) ราคาทองคำพยายามสร้างฐานราคา โดยหากไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่
มีโอกาสปรับตัวขึ้น แนวโน้มระยะสั้น
(ระดับวัน) ในระยะยาวจำเป็นต้องสังเกตการตั้งฐานของราคาทองคำ ระยะสั้น : ซื้อเก็งกำไรในกรอบ
โดยรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดแนวรับ 1,609 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,636 หรือ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะกลาง : ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน
1,650 หรือ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะยาว : ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,670 หรือ 1,680 กลยุทธ์การลงทุน GOLD FUTURES
(GFV11) แนวรับ : $1,609(23,970บาท) $1,595(23,760บาท) $1,582(23,570บาท) แนวต้าน : $1,636(24,370บาท) $1,650(24,580บาท) $1,670(24,870บาท) Thai Baht = 31.14 Long Position : ปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้าน
1,636
หรือ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ Short Position : ปิดสถาะหากราคาผ่านแนวต้าน
1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ Open New : ชะลอการลงทุน หรือหากรับความเสี่ยงได้มากอาจเปิดสถานะซื้อหากราคาผ่านแนวต้าน 1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนว 1,650 หรือ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ข่าวประกอบการลงทุน · (บวก) คาดสหรัฐพ้นสภาวะถดถอย หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่ำสุด 5
เดือน นักวิเคราะห์กว่าว่า
เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสมากยิ่งขึ้นที่จะหลีกเลียงสภาวะเศรษฐกิจถดถอย
หลังจากสหรัฐรายงานเมื่อวานนี้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ
5 เดือน
ในสัปดาห์ที่แล้ว และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ก็อยู่ในระดับแข็งแกร่งกว่าในรายงานก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 37,000
รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ก.ย. จาก 428,000 ราย ในสัปดาห์ก่อนหน้า อย่างไรก็ดี
กระทรวงแรงงานระบุเตือนว่าการปรับตัวเลข ตามปัจจัยด้านฤดูกาลอาจส่งผลให้ตัวเลขในสัปดาห์ล่าสุดลดลงมากเกินความเป็นจริง · (บวก) ราคาน้ำมัน NYMEX พุ่ง
$1.09 เช้านี้หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจสดใส สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX เดือนพ.ย.
ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกที่ตลาดสิงคโปร พุ่งขึ้น 1.09 ดอลลาร์ หรือ 1.3% แตะที่ 83.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ย.) จากระดับปิดที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ 82.14
ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า
ความต้องการพลังงานของสหรัฐจะปรับตัวสูงขึ้น หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่า
เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้รวดเร็วเกินคาด ทั้ง
สัญญาณน้ำมันดิบได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มการประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
(จีดีพี) ไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 1.3%
จากการประมาณการครั้งก่อนที่ 1% ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า
จำนวนผู้ขอรับสวัสดีกาว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้วลดลง 37,000 ราย สู่ระดับ 391,000 ราย
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6เดือน · (บวก/ลบ)
คลังกรีซมั่นในกรีซรอดผิดนัดชำระหนี้ หลังเยอรมนีไฟเขียวกองทุน EFSF อีแวนเจลอส
เวนิชลอส รัฐมนตรีกระทรวงคลังของกรีซ
ออกมาแสดงความรู้สึกพึงพอใจกับการอนุมัติการเพิ่มขนาดกองทุนรักษาเสถียรภาพ
การเงินยุโรป (EFSF0 ของรัฐสภาเยอรมนี
ในขณะที่รัฐบาลกรีซก็ได้แสดงความมั่นใจว่า
เงินช่วยเหลือดังกล่าวจะช่วยกรีซให้รอดพ้นจากการผิดชำระหนี้ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้แถลงการณ์
ดังกล่าวยังระบุว่า “ข้อผูกพันเหล่านั้นไม่ได้มีเพื่อให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของคณะผู้แทนจาก
3 ฝ่าย (คณะกรรมมาธิการสหภาพยุโรป-อียู,ธนาคารกลางยุโรป-อีซีบี และกองทุนการเงินระหว่างประเทศไอเอ็มเอฟ), สถาบันต่างๆ
ที่เป็นพันธมิตรกับกรีซ รวมทั้งเจ้าหนี้แต่เป็นพันธกิจต่อประเทศกรีซในเร็วๆนี้
ก่อนทีจะรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมมาธิการสหภาพยุโรป ธนาคารกลางยุโรป
และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
เกี่ยวกับการตัดสินใจอนุมัติการเบิกข่ายเงินช่วยเหลือในงวดต่อไป
สำนักข่างซินหัวรายงาน · (บวก/ลบ) 4 ประเทศสุดท้ายในยูโรโซนรอลงมติขยายกองทุนเสถียรภาพยุโรป สภาผู้แทนราษฏรของเยอรมนีมีมติให้ความเห็นต่อการขยายอำนาจและบทบาทของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป
(EFSF) เมื่อวานนี้ และเป็นที่คาดกันว่าวุฒิสภาของเยอรมนี (บุเดสราท)
จะให้สัตยาบันต่อมติดังกล่าวในวันนี้
รัฐสภาไซปรัสและเอสโตเนียได้อนุมัติให้มีการขยายอำนาจของ EFSF
จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาของประเทศสมาชิกยูโรโซนแต่ละประเทศก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
อย่างไรก็ดีรัฐสภาของบางประเทศจะยังไม่มีการอนุมัติจากรัฐสภาของประเทศสมาชิกยูโรโซนแต่ละประเทศก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
อย่างไรก็ดีรัฐสภาของบางประเทศจะยังไม่มีการลงคะแนนในประเด็นดังกล่าวจนกว่าจะถึงเดือนต.ค.
ขณะนี้ ประเทศสมาชิกยูโรโซน 13 จาก 17
ประเทศได้ลงมติอนุมัติการขยายอำนาจและบทบาทของกองทุน EFSF
แล้วซึ่งได้แก่เบลเยี่ยม, ไซปรัส, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ไอซ์แลนด์,
อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, โปรตุเกส, สเปน, สโลเวเนีย และเอสโตเนีย
ส่วนประเทศสมาชิกยูโรโซนอีก 4
ประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันประกอบด้วย ออสเตรีย มอลตา เนเธอร์แลนด์
และสโลเวเนีย ส่วนประเทศสมาชิกยูโรโซนอีก 4 ประเทศที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันประกอบด้วย
ออสเตรีย มอลตา เนเธอร์แลนด์ และสโลวาเกีย ปัจจัยที่ต้องติดตาม ·
โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยดัชนี PMI ลดในเดือนก.ย. สมาคมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแห่งชาติ (NAPM) จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)
เขตชิคาโกเดือนก.ย.ในวันนี้เวลา 20.45 น.ตามเวลาไทย
โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ดัชนี PMI เขตชิคาโกจะอยู่ที่ 55.5 ในเดือนก.ย.ลดลงจาก 56.5 ในเดือนส.ค. ·
โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มในส.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลรายได้และการบริโภคส่วนบุคคลเดือนส.ค.ในวันนี้เวลา
19.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า รายได้ส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น 0. 1% ในเดือนส.ค. หลังเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค., การบริโภคส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น 0.2%
ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.ค.
และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.ค. · (บวก/ลบ) โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยความเขื่อมั่นผู้บริโภคทรงตัวในก.ย. รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเขื่อมั่นผู้บริโคช่วงท้ายเดือนก.ย.ในวันนี้เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐจะอยู่ที่ 57.8 ในช่วงท้ายเดือนก.ย.ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.ย., ดัชนีภาวะปัจจุบันจะอยู่ที่ 74.5 ในช่วงท้ายเดือนก.ย.ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.ย.และดัชนีคาดการณ์จะอยู่ที่ 47 ในช่วงท้ายเดือนก.ย. ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.ย. ที่มา : อินโพเควสท์,
Bisnews, Marketwatch.com, DailyFX.com ที่มา : ylgbullion.com นักวิเคราะห์ : วสวัตติ์
วรวจิตรกาญจน์ ทะเบียน : 039531
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 03 ตุลาคม 2011 เวลา 10:02 น. |