



| Gold Daily Report-วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้30-9-11 (เช้า) |
|
|
|
| ข่าวสารForex - วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวัน | |||
| เขียนโดย credit by : ylgbuillon | |||
| วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2011 เวลา 09:41 น. | |||
|
Gold Daily Report 30 กันยายน 2554 มุมมองทองคำวันนี้
ทองคำ
: แนวรับ 1,609 1,595 1,582 แนวต้าน : 1,636 1,650 1,670 สภาวะตลาดวันนี้
ราคาทองคำยังคงทรงตัว โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 6.11 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 0.38% ปิดไปที่ระดับ 1,614.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1.583.08-1,633.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,621.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยพื้นฐาน สำหรับปัจจัยพื้นฐานในช่วงนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากที่นักลงทุนคาดการณ์
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสหรัฐเองที่ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมุมมองว่า
เฟดอาจจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินลงต่อไปถ้าหากอัตราเงินเฟ้อหรือการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อลดลงอย่างมาก
หรือในทางยุโรปเองผลการประชุมของรัฐสภาเยอรมันก็เป็นไปตามคาดว่ารัฐสภาเยอรมนีได้ให้ความเห็นชอบกฎหมายเพื่อสนับสนุนกอง
EFSF มูลค่า 4.40 แสนล้านยูโร (5.99 แสนล้านดอลลาร์)
ตามที่ผู้นำของยุโรปได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเรามองว่าไม่ได้มีนัยต่อราคาทองคำมากนัก
โดยราคาทองคำยังแกว่งตัวกว่า 3% ภายในวัน
การถือเงินสดยังดำเนินต่อไป (ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา Dollar index แข็งค่ากว่า 5%)
ทำให้การลงทุนในตลาดทองคำในช่วงนี้ต้องเป็นไปในลักษณะลงทุนระยะสั้น
และจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูงในการตัดสินใจ
โดยเฉพาะกระแสข่าวที่เคยส่งผลเชิงบวก (ลบ) ในอดีตจะกลายเป็นปัจจัยลบ (บวก)
ในระยะเวลานี้ เนื่องจากคุณสมบัติความเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของทองคำที่ถูกลดทอนไปในช่วงนี้
อย่างไรก็ตามหากนักลงทุนไม่รีบร้อนจนเกินไปนักลงทุนอาจชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ก็สามารถทำได้ แนวโน้มราคา GOLD SPOT
แนวโน้มระยะสั้น
(ระดับวัน) : ราคาทองคำน่าจะค่อยๆขยับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,636
หรือ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์
หากไม่สามารถผ่านไปได้ราคาอาจจะย่อตัวลง โดยประเมินแนวรับที่ 1,609 และ 1,595
ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากผ่านไปได้ก็จะมีแนวต่ายสำคัณที่บริเวณ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มระยะกลาง
(ระดับสัปดาห์) :
ราคาทองคำพยายามสร้างฐานราคาโดยหากไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่
มีโอกาสปรับตัวขึ้น แนวโน้มระยะยาว (ระดับเดือน) : ในระยะยาวจำเป็นต้องสังเกตการณ์ตั้งฐานราคาทองคำ กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES (GFV11) แนวรับ : $1,609(23,880บาท) $1,595(23,670บาท) $1,582(23,480บาท) แนวต้าน : $1,636(24,280บาท) $1,650(24,490บาท) $1,670(24,780บาท) Thai Baht = 31.15 ระยะสั้น : สำหรับผู้ที่มีทองคำในมือและไม่มีสถานะฟิวเจอร์ส
สามารถเก็งกำไรในกรอบ
โดยอาจรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวหรือเวณแนวรับ 1,609 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,636 หรือ
1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือหรือมีสถานะซื้อในตลาดฟิวเจอร์ส
รอปิดสถานะทำกำไรบางส่วนบริแนวต้านแรก 1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนที่เหลือให้ไปปิดสถานะบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,650
ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือนักลงทุนที่ไม่อยากแบกรับความเสี่ยงมากนักอาจชะลอการลงทุนไปก่อน
ระยะกลาง : ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,650 หรือ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะยาว : ขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,670 - 1,680 ต่อดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำกลยุทธ์ลงทุนเก็งกำไรส่วนต่าง พิจารณาจากตาราง
1-3 ด้านล่างนี้ โดยใช้ข้อมูลสถิติสะสมจากตารางในการตัดสินใจเข้าทำการซื้อขาย สถิคิส่วนต่างราคา -1
ข้อมูลการซื้อขายก่อนหน้า-2
เบสิคและราคาตามทฤษฎี-3
ข่าวประกอบการลงทุน · (บวก) สหรัฐปรับเพิ่มประมาณการ
GDP Q2/54 เป็น 1.3%
หลังยอดส่งออกฟื้นตัว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้
ปรับเพิ่มการประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 1.3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากกการประมาณครั้งก่อนที่ 1%
และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 1.2%
เพราะได้แรงหนุนจากยอดส่งออกและอุปโภคบริโภคที่พื้นตัวขึ้น · (บวก) สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์ที่แล้วลดลงเกินคาด
37,000 คน กระทรวงแรงงานสหรัฐ
เปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ก.ย. ลดลง 37,000 รายสู่ระดับ 391,000 รายซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ
6 เดือนและเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 2554
ที่จำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 400,000 ราย · (บวก)
รัฐสภาเยอรมนีไฟเขียวขยายกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป รัฐสภาเยอรมนีได้มีมติรับรองให้เพิ่มขนาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป
(EFSF) มูลค่า 4.40 แสนล้านยูโร (5.99 แสนล้านดอลลาร์) ตามที่ผู้นำของยุโรปได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมสุดยอดเมื่อเดือน
ก.ค. ที่ผ่านมา
โดยกฎหมายใหม่นี้จะทำให้วงเงินรับประกันของเยอรมนีเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.23 แสนล้านยุโรเป็น 2.11 แสนล้านยุโร
ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในบรรดาประเทศยูโรโซน
ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินงานของกองทุน EFSF · (บวก)
ฝรั่งเศสวางเป้าหมายยอดขาดทุนงบประมาณเหลือ 4.5% ของจีดีพีในปี 2555 ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของยูโรโซน
นำเสนอร่างงบประมาณต่อคณะรัฐมนตรี โดยวางแผนลดยอดขาดดุลงบประมาณในปีหน้าลงมาอยู่ที่
4.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า
รัฐบาลฝรั่งเศสโดนกดดันให้รักษายอดขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกินเพดานของยุโรป
และขณะนี้กำลังดำเนินการออมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณที่คาดว่าจะอยู่ที่
9.55 หมื่นล้านยูโรในปีนี้ (1.3031 แสนล้านดอลลาร์)
ให้เหลือ 8.18 หมื่นล้านยูโร (1.1065
แสนล้านดอลลาร์) ในปีหน้า · (บวก)
ยูโรพุ่งหลังรัฐสภาเยอรมนีไฟเขียวขยายกองทุน EFSF สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ย.)
ขานรับรัฐสภาเยอรมนีที่ลงมติอนุมติการเพิ่มขนาดกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงิน ยุโรป
(EFSF) ซึ่งจะเปิดทางให้กองทุน EFSF
มีศักยภาพในการเพิ่มทุนให้กับภาคธนาคารและให้ความช่วยเหลือประเทศยูโรโซนที่ประสบปัญหาทางการเงินได้มากขึ้นขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนขานรับจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับตัวลดลง · (ลบ)
ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยูโรโซนร่วมหนักในเดือนก.ย.เหตุวิกฤตหนี้ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร
17
ประเทศ ร่วงลงอย่างหนักในเดือนกันยายน สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองปี
ซึ่งสะท้องให้เห็นถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ในภูมิภาคคณะกรรมาธิการยุโรป
(อีซี) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริหารและผู้บริโภคในยูโรร่วงลดแตะ 95.0 จุดในเดือนกันยายน จากระดับ 98.4 ในเดือนสิงหาคม
ซึ่งตัวเลขล่าสุดถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2552 ขณะที่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) 27 ประเทศนั้นร่วงลง 3.4 จุดเช่นกัน มาอยู่ที่ 94.0 จุดในเดือนกันยายน · (ลบ)
สหรัฐเผยยอดการทำสัญญาซื้อบ้านเดือนส.ค.ร่วงลง 1.2% สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ
(NAR) เปิดเผย ดัชนียอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (PENDING HOME
SALES) เดือนส.ค.ร่วงลง 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 88.6 จุดซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.อย่างไรก็ตาม
ตัวเลขดังกล่าวยังน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 1.8% ดัชนีการทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายเป็นดัชนีที่สามารถบ่งชี้ยอดขาย
บ้านมือสองในอนาคต และยังเป็นดัชนีชี้วัดเสถียรภาพในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐด้วย ปัจจัยที่ต้องติดตาม ·
โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยดัชนี PMI ลดในเดือนก.ย. สมาคมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแห่งชาติ (NAPM) จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)
เขตชิคาโกเดือนก.ย.ในวันนี้เวลา 20.45 น.ตามเวลาไทย
โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ดัชนี PMI เขตชิคาโกจะอยู่ที่ 55.5 ในเดือนก.ย.ลดลงจาก 56.5 ในเดือนส.ค. ·
โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มในส.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลรายได้และการบริโภคส่วนบุคคลเดือนส.ค.ในวันนี้เวลา
19.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า รายได้ส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น 0. 1% ในเดือนส.ค. หลังเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค., การบริโภคส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้น 0.2%
ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.ค.
และดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานจะเพิ่มขึ้น 0.2%
ในเดือนก.ค. · (บวก/ลบ) โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยความเขื่อมั่นผู้บริโภคทรงตัวในก.ย. รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเขื่อมั่นผู้บริโคช่วงท้ายเดือนก.ย.ในวันนี้เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐจะอยู่ที่ 57.8 ในช่วงท้ายเดือนก.ย.ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.ย., ดัชนีภาวะปัจจุบันจะอยู่ที่ 74.5 ในช่วงท้ายเดือนก.ย.ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.ย.และดัชนีคาดการณ์จะอยู่ที่ 47 ในช่วงท้ายเดือนก.ย. ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงต้นเดือนก.ย. ที่มา : อินโพเควสท์,
Bisnews, Marketwatch.com, DailyFX.com ที่มา : ylgbullion.com นักวิเคราะห์ : วสวัตติ์
วรวจิตรกาญจน์ ทะเบียน : 039531
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2011 เวลา 15:33 น. |