



| Gold Daily Report-วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้26-9-11 (เช้า) |
|
|
|
| ข่าวสารForex - วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวัน | |||
| เขียนโดย credit by : ylgbuillon | |||
| วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2011 เวลา 10:16 น. | |||
|
Gold Daily Report 26 กันยายน 2554
ทองคำ : แนวรับ 1,626 1,611 1570 แนวต้าน : 1,675 1,690 1,706 สภาวะตลาดทองคำวันนี้
นักลงทุนยังคงถือเงินสดเพื่อรอดูสถานการณ์ กดดันราคาทองคำให้ดิ่งลงอีก 78.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปิดไปที่ระดับ 1,657.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,629.55-1,753.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,658.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาดิ่งลงอย่างหนัก
โดยปรับตัวลงไปกว่า 153 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากความกังวลที่มีต่อเศรษฐกิจโลกได้ระบาดไปทั่ว
โดยเฉพาะในยูโรโซน เมื่อเกินประเด็นว่ากรีซอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้
กดดันให้เกิดความตรึงเครียดไปทั้งยูโรโซนต้องประชุมกันหลายครั้งของบรรดาผู้นำชาติยุโรป
แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้น ในขณะที่มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส
ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากระยะยาวและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของธนาคารกรีซ 8
แห่งลง 2 ขั้น
โดยให้แนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็นเชิงลบ นอกจากนี้ แสตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้สาธารณะของประเทศอิตาลี
และอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินอิตาลี 7 แห่ง
กดดันให้เงินสกุลยูโรดิ่งลง หนุนให้เงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
นอกจากนี้ทางฝั่งสหรัฐเองนั้นนักลงทุนต่างผิดหวังกับผลการประชุมของเฟด
เมื่อผลการประชุมมาว่า เฟดจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกกันว่า Operation
Twist ซึ่งก็คือการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีอายุการไถ่ถอน
6-30 ปี (ระยะยาว) วงเงินรวม 4 แสนล้านดอลลาร์
พร้อมกับขายพันธบัตรอายุ 3
ปีหรือต่ำกว่า (ระยะสั้น) ในวงเงินที่เท่ากัน
โดยเป้าหมายหลักคือการกดดันอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้อยู่ในระดับต่ำ
ซึ่งมาตรการนี้สร้างความผิดหวังให้กับตลาดทองคำเป็นอย่างมาก
เนื่องจากมาตรการนี้ไม่ใช่มาตรการที่อัดฉีดเงินเข้ามาสู่ระบบเหมือนกับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ
(QE) กดดันนัก เงินสกุลดอลลาร์จะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ(สัปดาห์ที่ผ่านมา
Dollar index แข็งค่าขึ้น 2.17%)
อีกทั้งราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงผันผวนอย่างหนัก แนวโน้มระยะสั้น
(ระดับวัน) : จับตาดูว่าราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,626
ดอลลาร์ต่อออนซ์
ได้หรือไม่ หากสามารถยืนได้จะเห็นการดีดตัวระยะสั้นโดยประเมินแนวต้านที่ 1,676
ดอลลาร์ต่อออนซ์
แต่หากไม่สามารถยืนได้ คาดว่าจะปรับตัวลงต่อโดยประเมินแนวรับถัดไปที่ 1,611
หรือ 1,570
ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวโน้มระยะกลาง
(ระดับสัปดาห์) :
ราคาทองคำยังคงทำจุดต่ำสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ทำให้มองว่าราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาลง จนกว่าจะสามารถตั้งฐษนได้ แนวโน้มระยะยาว (ระดับเดือน) : ในระยะยาวจำเป็นต้องสังเกตการณ์ตั้งฐานราคาทองคำ
กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT & GOLD FUTURES กลยุทธ์การลงทุน GOLD SPOT &
GOLD FUTURES (GFV11) แนวรับ : $1,626(24,120บาท) $1,611(23,900บาท) $1,570(23,300บาท) แนวต้าน : $1,675(24,840บาท) $1,690(25,060บาท) $1,706(25,300บาท) Thai Baht = 30.90 ระยะสั้น : สำหรับผู้ที่มีทองคำในมือและไม่มีสถานะฟิวเจอร์ส
แนะนำให้ชะลอดูการลงทุนเพื่อดูการตั้งฐานของราคา
แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากสามารถเปิดสถานะขาย หากราคาหลุดแนวรับ 1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์
และปิดสถานะทำกำไรบริเวณ 1,611 หรือ 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำในมือหรือมีสถานะซื้อในตลาดฟิวเจอร์ส
แนะนำให้ปิดสถานการทำกำไรทันทีหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 1,675 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านไปได้ให้รอปิดสถานะบริเวณแนวต้านถัดไปที่
1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาปรับตัวลงก่อนอาจพิจารณาตัดขาดทุนบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ทลงทุน
ระยะกลาง : ซื้อสะสมบางส่วนบริเวณ
1,528
– 1,570 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะยาว : ซื้อสะสมบางส่วนบริเวณ 1,520 ต่อดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำกลยุทธ์ลงทุนเก็งกำไรส่วนต่าง พิจารณาจากตาราง
1-3 ด้านล่างนี้ โดยใช้ข้อมูลสถิติสะสมจากตารางในการตัดสินใจเข้าทำการซื้อขาย สถิคิส่วนต่างราคา -1
ข้อมูลการซื้อขายก่อนหน้า
เบสิคและราคาตามทฤษฎี
ข่าวประกอบการลงทุน
· (ลบ) ลาการ์ดเผย IMF อาจจะไม่มีเงินปล่อยกู้มากพอหากเศรษฐกิจโลกย่ำแย่มากกว่านี้ คริสติน
ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยเงินทุกสำหรับการปล่อยกู้ที่ไอเอ็มเอฟมีอยู่อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการ
ปล่อยกู้ทุกราย หากเศรษฐกิจโลกย่ำแย่มากไปกว่านี้ ผอ.ไอเอ็มเอฟกล่าวว่า ความน่าเชื่อถือของกองทุนขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุดด้วย
ซึ่งความสามารถในการปล่อยกู้ขณะนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
แต่ถ้าเปรียบเทียบกับในช่วงที่สถานการณ์ที่มีความต้องการเงินกู้จำนวนมากจาก
ประเทศที่อ่อนแอและเผชิญวิกฤต ความสามารถดังกล่าวก็ดูเหมือนว่าจะลดลง
· (ลบ) ผู้ว่าการแบงก์ชาติจีนย้ำทั่วโลกต้องร่วมมือกันเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก
นายโจว
เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า ทั่วโลกต้องร่วมมือกันมากกว่านี้
เพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงด้านลงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
สำนักข่าวชินหัวรายงานว่า นายโจวกล่าวในการประชุมของคณะกรรมการกองทุนการเงินระหว่างประเทศว่า
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกนั้นชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเร็วๆนี้
ขณะเกิดปัญหาหนี้ยุโรปและสหรัฐขอให้ทั่วโลกร่วมมือกันมากขึ้น
เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านลบที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกนั้นมีมากขึ้น
ที่ประชุมมองว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ท้าทาย 4 สถานการณ์ ได้แก่วิกฤตหนี้ ระบบการคลังที่อ่อนแอ
การขยายตัวที่ชะลอตัวของเศรษฐกิจ และอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง · (ลบ) ธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟให้คำมั่นสนับสนุนการขายตัวเศรษฐกิจโลก สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า
รายงานภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างธนาคารโลกและ ไอเอ็มเอฟระบุว่า
สถานการณ์ผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลกและภาวะตึงตัวด้านการคลังที่ลุกลามออกไปนั้นถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวนและแรงกดดันในเรื่องความมั่นคงด้านอาหารทำให้ประเทศต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งเราระมัดระวังเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นทั่วโลกจากสถานการณ์
ดังกล่าวโดยเฉพาะกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ยากจน · (บวก/ลบ) ไกธ์เนอร์กดดันยุโรหาทางแห้วิกฤตหนี้กรีซ
หวั่นกระทบเศรษฐกิจนานาประเทศ นายทิโมธี ไกธ์เนอร์
รัฐมนตรีกระทรวงคลังสหรัฐได้เรียกร้องให้ยุโรปดำเนินการมากกว่านี้
เพื่อป้องกันวิกฤตหนีกรีซไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ
สำนักข่าวเกียวโตรายงานว่า
รมว.คลับสหรัฐกล่าวผ่านแถลงการณ์ภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ
ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ รัฐมนตรีกระทรวงคลังของประเทศต่างๆว่า
การดำเนินการของประเทศในกลุ่มยูโรโซน เพื่อช่วยเหลือกรีซแก้ปัญหาในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมานั้นถือเป็นเรื่องที่น่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง
แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องเพิ่มการดำเนินการเพื่อพัฒนากลไกที่จะป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามออกไป
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
· (บวก) โพลล์รอยเตอร์คาดสหรัฐเผยยอดขายบ้านใหม่ลดในส.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนส.ค.ในวันนี้
เวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ยอดขายบ้านใหม่จะอยู่ที่
0.295 ล้านยูนิดในเดือน ส.ค. ลดลงจาก 0.298 ล้านยูนิตในเดือนก.ค. ที่มา : อินโพเควสท์,
Bisnews, Marketwatch.com, DailyFX.com
ที่มา : ylgbullion.com
นักวิเคราะห์ : วสวัตติ์
วรวจิตรกาญจน์
ทะเบียน : 039531
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2011 เวลา 15:14 น. |